
ไทยโอบายาชิ ทุ่ม 8 พันล้าน ปักหมุด O-MESH Ratchadamri
สรุปประเด็น
-
ทุ่ม 8,000 ล้าน ปักหมุดทำเลราชดำริ: ไทยโอบายาชิ โดยบริษัท นันทวัน จำกัด วางศิลาฤกษ์โครงการมิกซ์ยูส O-MESH Ratchadamri บนพื้นที่ 6 ไร่ เชื่อม BTS ราชดำริ พร้อมเปิดบริการ ธ.ค. 2572
-
กระจายความเสี่ยงด้วยโมเดลมิกซ์ยูส: ผสานอาคารสำนักงานเกรด A, โรงแรม 203 ห้องบริหารโดย Seibu Prince Hotels และพื้นที่ค้าปลีก สร้างรายได้หลากหลายรับมือความผันผวนของตลาด
-
ชูนวัตกรรม LRV ครั้งแรกในไทย: นำเทคโนโลยี LRV (Left-Right-Vertical) มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและแม่นยำในการก่อสร้าง ลดการใช้แรงงาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบ
-
ยกระดับมาตรฐานความยั่งยืน ESG: วางโครงสร้างตามมาตรฐาน LEED และ WELL มุ่งสู่ Smart Building พร้อมระบบบริหารคุณภาพอากาศรับมือ PM2.5 อนุรักษ์อัตลักษณ์พื้นที่สีเขียวย่านราชดำริ
-
ผนึก SPI สร้างโมเดลความร่วมมือใหม่: ขยายความร่วมมือกับ สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง (SPI) จากคู่ค้าสู่ Strategic Partner ร่วมทุนพัฒนาส่วนโรงแรม สร้างโอกาสเติบโตให้ซัพพลายเชนในพื้นที่
การวางศิลาฤกษ์โครงการ O-MESH Ratchadamri โดยบริษัท นันทวัน จำกัด ในเครือไทยโอบายาชิ ไม่ใช่เพียงพิธีกรรมเปิดโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป แต่สะท้อนความเชื่อมั่นของกลุ่มทุนญี่ปุ่นที่มีต่อศักยภาพทำเลไพรม์แอเรียใจกลางกรุงเทพฯ ในภาวะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ยังต้องเผชิญความท้าทายจากอัตราดอกเบี้ยและต้นทุนก่อสร้างที่สูงขึ้น การทุ่มเม็ดเงินกว่า 8,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาที่ดินราว 6 ไร่ บริเวณปากซอยมหาดเล็กหลวง 3 ถนนราชดำริ ซึ่งเชื่อมต่อโดยตรงกับสถานีรถไฟฟ้า BTS ราชดำริ จึงเป็นสัญญาณบวกที่นักลงทุนสถาบันและผู้ประกอบการรายใหญ่ควรจับตา
โครงสร้างของโครงการที่ประกอบด้วยอาคารสำนักงานเกรด A โรงแรม 203 ห้องภายใต้การบริหารของ Seibu Prince Hotels Worldwide และพื้นที่ค้าปลีก พร้อมที่จอดรถกว่า 900 คัน แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงด้วยรายได้หลายทาง (Diversified Revenue Stream) ซึ่งเป็นแนวทางที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกนิยมใช้ในการรับมือกับความผันผวนของแต่ละภาคธุรกิจ ขณะเดียวกันการดึงพันธมิตรโรงแรมระดับสากลเข้ามาบริหารยังช่วยยกระดับมาตรฐานบริการและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เช่าพื้นที่สำนักงานในระยะยาวอีกด้วย

ประเด็นที่น่าสนใจในเชิงอุตสาหกรรมคือการนำ LRV (Left-Right-Vertical) Technology มาใช้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งไทยโอบายาชิระบุชัดว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการก่อสร้าง ควบคุมคุณภาพและระยะเวลาได้แม่นยำขึ้น พร้อมลดการใช้แรงงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบ นี่ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยที่อาจกลายเป็นต้นแบบให้ผู้พัฒนารายอื่นนำไปประยุกต์ใช้ในโครงการขนาดใหญ่ต่อไป โดยเฉพาะในยุคที่ต้นทุนแรงงานและแรงกดดันด้าน ESG เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ช่วยลดการใช้แรงงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบ ในยุคที่ต้นทุนแรงงานและแรงกดดันด้าน ESG เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในมิติความยั่งยืน โครงการนี้วางกรอบการพัฒนาโดยยึดมาตรฐานสากลอย่าง LEED และ WELL ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ ครอบคลุมทั้งระบบ Smart Building, Destination Control System และการบริหารจัดการคุณภาพอากาศภายในอาคารเพื่อรับมือปัญหา PM2.5 ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางที่นักลงทุนสถาบันทั่วโลกให้น้ำหนักกับปัจจัย ESG มากขึ้นในการตัดสินใจลงทุนหรือเช่าพื้นที่สำนักงาน แนวคิด "Keep the Green Character of Ratchadamri" ยังสะท้อนความพยายามรักษาอัตลักษณ์ของย่านควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มใหม่ให้สอดรับบริบทเมือง
อีกหนึ่งจุดที่มีนัยสำคัญเชิงกลยุทธ์คือการขยายความร่วมมือกับ สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง (SPI) จากเดิมที่เป็นเพียงคู่ค้า สู่การเป็น Strategic Partners ร่วมทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในส่วนโรงแรม การผสานจุดแข็งระหว่างความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจของเครือสหพัฒน์กับศักยภาพด้านเทคโนโลยีก่อสร้างของไทยโอบายาชิ สะท้อนโมเดลความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรมที่อาจกลายเป็นกรณีศึกษาสำหรับกลุ่มทุนไทยและต่างชาติในการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ร่วมกันในอนาคต
สร้างโอกาสทางอ้อมทั้งในแง่งานรับเหมาช่วงด้านเทคโนโลยีก่อสร้างและวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงกำลังซื้อที่จะเพิ่มขึ้นเมื่อโครงการแล้วเสร็จ
สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยในซัพพลายเชนก่อสร้างและธุรกิจบริการโดยรอบย่านราชดำริ โครงการนี้อาจสร้างโอกาสทางอ้อมทั้งในแง่งานรับเหมาช่วงด้านเทคโนโลยีก่อสร้างและวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงกำลังซื้อที่จะเพิ่มขึ้นเมื่อโครงการแล้วเสร็จ แม้ผลกระทบเหล่านี้จะเป็นเพียงส่วนเสริมเมื่อเทียบกับภาพรวมการลงทุนหลัก ทั้งนี้ ด้วยกำหนดเปิดให้บริการในเดือนธันวาคม 2572 O-MESH Ratchadamri จะเป็นบททดสอบสำคัญว่าโมเดลมิกซ์ยูสที่ผสานเทคโนโลยีก่อสร้างล้ำสมัยเข้ากับมาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก จะสามารถสร้างผลตอบแทนและยกระดับภาพลักษณ์ย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ ได้มากน้อยเพียงใด
ข้อมูลอ้างอิง:
- บริษัท นันทวัน จำกัด (ไทยโอบายาชิ). (2569, 7 กันยายน). ไทยโอบายาชิ เดินหน้า “O-MESH Ratchadamri” มิกซ์ยูส 8,000 ล้านบาท ชู LRV เทคโนโลยีก่อสร้างแห่งแรกในไทย พร้อมแนวคิด Green & Smart ใจกลางราชดำริ. ThaiPR.NET. https://www.thaipr.net/estate/3757610
- Thai Obayashi Corporation Ltd. (2569, 7 กันยายน). Thai Obayashi Advances THB 8 Billion Mixed-Use Development "O-MESH Ratchadamri" in the Heart of Bangkok, Introducing Thailand's First Use of LRV Construction Technology and a "Green & Smart" Concept. Newswit. https://www.newswit.com/en/ieka3vosz3m4qz03zgov1lbk2x366oye
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อัลฟา แคปปิตอล (ACPG) รุกขยายพอร์ตธุรกิจการเงิน ปั้น "Alpha Fin" เจาะกลุ่ม SME และเจ้าของอสังหาฯ
บริษัท อัลฟา แคปปิตอล พาร์ทเนอร์ส กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ACPG ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำด้านการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL/NPA) ของประเทศไทย กำลังประกาศกลยุทธ์ครั้งสำคัญในการขยายพอร์ตโฟลิโอธุรกิจการเงิน

เปิดตัว Thailand Sustainability & Well-Being Network ดัน ESG ยุคใหม่ เริ่มจากการพัฒนาคนสู่ผลกระทบระดับโลก
Thailand Sustainability & Well-Being Network เปิดตัวเครือข่ายความร่วมมือด้าน ESG และ Inner Development Goals (IDGs) เชื่อมภาคธุรกิจ การศึกษา และชุมชน มุ่งสร้างผลกระทบอย่างยั่งยืนจากการพัฒนาศักยภาพคน

รัฐเร่งปราบนอมินีถือที่ดินแทนต่างชาติ มูลค่า 1.4 หมื่นล้านบาท ยกระดับตรวจสอบถึงเจ้าของผลประโยชน์ตัวจริง
รัฐบาลเปิดปฏิบัติการตรวจสอบการใช้คนไทยเป็นตัวแทนถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว พบกลุ่มนิติบุคคลเข้าข่าย 1,397 ราย รวม 2,360 แปลง มูลค่า 14,010 ล้านบาท พร้อมเร่งตรวจสอบผู้มีอำนาจควบคุมและเส้นทางการเงินให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569 สะท้อนทิศทางกำกับดูแลธุรกิจและอสังหาริมทรัพย์ที่เข้มข้นขึ้น

ส.อ.ท. ดัน 'Pragmatic Energy Transition' ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย
การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เดินหน้าผลักดันแนวทางที่เน้นความสมดุลระหว่างเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมกับความอยู่รอดทางธุรกิจของผู้ประกอบการ แม้จะไม่ได้มีการประกาศใช้ชื่อกรอบการทำงาน "Pragmatic Energy Transition"

SME ไทยปรับตัวสู่ ESG เพื่อความยั่งยืน
ESG คือโอกาสทองสำหรับ SME ไทยในการปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว สร้างความได้เปรียบ และเติบโตอย่างยั่งยืนท่ามกลางกระแสความยั่งยืนที่ทั่วโลกมุ่งสู่ Net Zero

รู้จัก “Nature Positive” เป้าหมายโลกใหม่ เพื่อธรรมชาติและเราทุกคน
แนวคิด “Nature Positive” เป้าหมายระดับโลกในการหยุดยั้งการสูญเสียและฟื้นฟูระบบนิเวศให้คืนสู่ความอุดมสมบูรณ์ภายในปี 2030 พร้อมทำความเข้าใจ 3 เครื่องมือสำคัญอย่าง GBF, TNFD, SBTN และ 4 ขั้นตอนการจัดการ (Avoid, Reduce, Restore, Offset) เพื่อปรับใช้ในภาคธุรกิจและชีวิตประจำวันในการสร้างความยั่งยืน
