ตลาดหุ้นตะวันออกกลางสวนทาง ราคาน้ำมันหนุนหุ้นซาอุดีอาระเบีย ขณะที่กาตาร์–อียิปต์ร่วง

ตลาดหุ้นตะวันออกกลางสวนทาง ราคาน้ำมันหนุนหุ้นซาอุดีอาระเบีย ขณะที่กาตาร์–อียิปต์ร่วง

สรุปประเด็น

  • หุ้นซาอุดีอาระเบียพุ่งรับราคาน้ำมัน: ดัชนี TASI ขยับขึ้น 0.8% ได้แรงหนุนจากหุ้นพลังงานหลักอย่าง Saudi Aramco หลังราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูง

  • ตลาดหุ้นกาตาร์และอียิปต์ร่วงแรง: กาตาร์ดิ่งแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 6 ปี ขณะที่อียิปต์ปรับลง 2.6% ท่ามกลางแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์และความขัดแย้ง

  • จับตาตัวแปรช่องแคบฮอร์มุซ: ทิศทางพลังงานโลกยังผันผวนตามการเจรจาการทูต และความเสี่ยงด้านอุปทานจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง

  • กลยุทธ์รับมือความเสี่ยงธุรกิจ: ผู้ประกอบการและนักลงทุนต้องติดตามต้นทุนโลจิสติกส์ ความผันผวนของราคาพลังงาน และความแตกต่างของแต่ละตลาดในภูมิภาค

ตลาดหุ้นตะวันออกกลางปิดตลาดอย่างผันผวนเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2569 โดยดัชนีซาอุดีอาระเบียปรับขึ้น 0.8% รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูง ขณะที่ตลาดหุ้นกาตาร์ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 6 ปี และตลาดอียิปต์ปรับลง 2.6% ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มความไม่แน่นอนให้กับตลาดพลังงานและความเชื่อมั่นนักลงทุน

ตลาดหุ้นในตะวันออกกลางเคลื่อนไหวแตกต่างกันอย่างชัดเจน ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันและการประเมินความเสี่ยงของนักลงทุน โดยตลาดซาอุดีอาระเบียได้รับแรงสนับสนุนจากหุ้นพลังงาน ขณะที่ตลาดอื่นเผชิญแรงขายจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาค

ข้อมูลจาก Reuters เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2569 ระบุว่า ดัชนีตลาดหุ้นซาอุดีอาระเบียปรับตัวขึ้น 0.8% สู่ระดับ 10,190 จุด โดยมี Saudi Aramco บริษัทน้ำมันรายใหญ่ของประเทศ เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญ หลังราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 2.1%

ในทางกลับกัน ดัชนีตลาดหุ้นกาตาร์ลดลง 2% ปิดที่ 8,634 จุด ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 ขณะที่ดัชนีหุ้นบลูชิพของอียิปต์ร่วงลง 2.6% เป็นการปรับลดลงระหว่างวันมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์

ความเคลื่อนไหวที่สวนทางกันสะท้อนว่า แม้ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะเป็นปัจจัยบวกต่อบริษัทพลังงานบางแห่ง แต่ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์สามารถกดดันตลาดหุ้นและธุรกิจในภาคส่วนอื่นได้พร้อมกัน

ราคาน้ำมันพุ่ง หนุนหุ้นพลังงานซาอุดีอาระเบีย

แรงหนุนสำคัญของตลาดหุ้นซาอุดีอาระเบียมาจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) สำหรับส่งมอบล่วงหน้าปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม เพิ่มขึ้น 3.94 ดอลลาร์ หรือ 3.7% สู่ระดับ 109.86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม

ตลาดกังวลว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจทำให้อุปทานน้ำมันโลกตึงตัวมากขึ้น ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังประเมินความสามารถในการส่งออกน้ำมันดีเซลของรัสเซียเข้าสู่ตลาดโลก

สำหรับซาอุดีอาระเบีย ซึ่งมีอุตสาหกรรมน้ำมันเป็นองค์ประกอบสำคัญของเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจช่วยสนับสนุนรายได้และความคาดหวังต่อผลประกอบการของบริษัทพลังงาน โดยเฉพาะ Saudi Aramco

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าหุ้นทุกกลุ่มในตลาดจะปรับตัวขึ้นตาม เพราะบริษัทในภาคขนส่ง อุตสาหกรรม และธุรกิจที่ใช้พลังงานสูงอาจเผชิญต้นทุนเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน

ตลาดหุ้นกาตาร์ร่วงต่ำสุดในรอบกว่า 6 ปี

ตลาดหุ้นกาตาร์เผชิญแรงขาย โดยดัชนี Qatar Stock Exchange ลดลง 2% ปิดที่ 8,634 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2563

หุ้นที่ปรับตัวลงประกอบด้วย Industries Qatar ผู้ผลิตปิโตรเคมี ซึ่งลดลง 4.3% และ Qatar Islamic Bank ธนาคารที่ดำเนินงานตามหลักการเงินอิสลาม ซึ่งลดลง 2.6%

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และแรงกดดันในตลาดภูมิภาค อย่างไรก็ตาม การปรับลดลงของหุ้นรายตัวอาจมีปัจจัยเฉพาะบริษัทและอุตสาหกรรมร่วมด้วย จึงไม่ควรสรุปว่าการลดลงทั้งหมดเกิดจากราคาน้ำมันหรือสถานการณ์ความขัดแย้งเพียงปัจจัยเดียว

อียิปต์เผชิญแรงขาย ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาค

นอกกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ตลาดหุ้นอียิปต์ปรับตัวลงแรงเช่นกัน โดยดัชนี EGX30 ลดลง 2.6% ปิดที่ 50,896 จุด ซึ่งเป็นการลดลงระหว่างวันที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์

ด้านการทูต สำนักประธานาธิบดีอียิปต์ระบุว่า กรุงไคโรพร้อมให้การสนับสนุนซาอุดีอาระเบียตามความจำเป็น เพื่อปกป้องความมั่นคงและเสถียรภาพของประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ที่กลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งมีความสัมพันธ์กับอิหร่าน เพิ่มการโจมตีต่อซาอุดีอาระเบีย

พัฒนาการดังกล่าวทำให้ตลาดต้องติดตามความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะขยายวงกว้าง รวมถึงผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งพลังงานและความเชื่อมั่นของนักลงทุนในภูมิภาค

ช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นตัวแปรสำคัญของตลาดพลังงาน

อีกประเด็นที่ตลาดจับตาคือสถานะของช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานเชิงยุทธศาสตร์ของโลก

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยผ่านสื่ออิหร่านว่า ข้อเสนอของเตหะรานต่อสหรัฐฯ ที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งภายใน 7 วัน ยังคงอยู่บนโต๊ะเจรจา

ข้อเสนอดังกล่าวเป็นหนึ่งในพัฒนาการทางการทูตที่นักลงทุนต้องติดตาม เพราะหากสถานการณ์คลี่คลาย อาจช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับความต่อเนื่องของการขนส่งน้ำมัน แต่หากความตึงเครียดยืดเยื้อ ความเสี่ยงด้านอุปทานและความผันผวนของราคาพลังงานก็อาจยังคงอยู่

ทั้งนี้ ผลต่อราคาน้ำมันและตลาดหุ้นจะขึ้นอยู่กับรายละเอียดของข้อตกลง การดำเนินการจริง และพัฒนาการด้านความมั่นคงในภูมิภาค ไม่ใช่เพียงการประกาศข้อเสนอทางการทูต

สรุปตลาดหุ้นตะวันออกกลาง: ซาอุดีอาระเบียขึ้น สวนทางตลาดอื่น

ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญในภูมิภาค ณ วันที่ 18 ตุลาคม 2569 เคลื่อนไหวดังนี้

ตลาด การเปลี่ยนแปลง ระดับปิด
ซาอุดีอาระเบีย (TASI) +0.8% 10,190
กาตาร์ (QSI) -2.0% 8,634
อียิปต์ (EGX30) -2.6% 50,896
บาห์เรน (BAX) -0.5% 1,899
โอมาน (MSX30) -0.3% 7,656
คูเวต (BKP) -0.2% 8,871

ข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ตลาดหุ้นในภูมิภาคไม่ได้ตอบสนองต่อความตึงเครียดในทิศทางเดียวกัน โดยราคาน้ำมันที่สูงขึ้นช่วยหนุนหุ้นพลังงานในซาอุดีอาระเบีย ขณะที่ตลาดกาตาร์ อียิปต์ และประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคยังเผชิญแรงกดดันในระดับแตกต่างกัน

ผลกระทบต่อธุรกิจและนักลงทุนที่ต้องติดตาม

สำหรับภาคธุรกิจ ความผันผวนของตลาดหุ้นตะวันออกกลางเป็นสัญญาณให้ติดตามความเชื่อมโยงระหว่างราคาพลังงาน ความเสี่ยงด้านการขนส่ง และต้นทุนการดำเนินงาน โดยเฉพาะธุรกิจที่พึ่งพาน้ำมันและการขนส่งระหว่างประเทศ

ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าควรประเมินต้นทุนโลจิสติกส์และความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของเส้นทางขนส่ง ขณะที่นักลงทุนควรพิจารณาความแตกต่างระหว่างธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากราคาพลังงานสูงกับธุรกิจที่มีต้นทุนพลังงานเป็นสัดส่วนสำคัญของค่าใช้จ่าย

ในระยะต่อไป ปัจจัยสำคัญที่ควรติดตาม ได้แก่ ราคาน้ำมันดิบ ความคืบหน้าทางการทูตระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ สถานการณ์ความมั่นคงในทะเลแดงและช่องแคบฮอร์มุซ ตลอดจนผลกระทบต่อการส่งออกพลังงานของประเทศผู้ผลิตรายใหญ่

ท้ายที่สุด ตลาดหุ้นตะวันออกกลางกำลังสะท้อนให้เห็นว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจสร้างโอกาสให้ธุรกิจพลังงานบางกลุ่ม แต่ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางตลาดและต้นทุนของเศรษฐกิจโลก

ข้อมูลอ้างอิง:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“รวยด้วยกัน” ดีกว่า “รบกัน” ถอดรหัสสัญญาณสีจิ้นผิง–ทรัมป์ กับอนาคตภูมิรัฐศาสตร์โลก

“รวยด้วยกัน” ดีกว่า “รบกัน” ถอดรหัสสัญญาณสีจิ้นผิง–ทรัมป์ กับอนาคตภูมิรัฐศาสตร์โลก

บทวิเคราะห์สัญญาณทางการทูตจากการพบกันของสีจิ้นผิงและโดนัลด์ ทรัมป์ สะท้อนแนวคิด “แข่งขันแต่ไม่ทำลายกัน” ท่ามกลางเกมภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เปลี่ยนจากสนามรบสู่สนามการค้า พร้อมตั้งคำถามสำคัญว่าไทยควรวางตำแหน่งตัวเองอย่างไรในโลกยุคใหม่

5 นาที
จับตาความเสี่ยงส่งออกสินค้าไทย พึ่งพาตลาดสหรัฐสูงขึ้น

จับตาความเสี่ยงส่งออกสินค้าไทย พึ่งพาตลาดสหรัฐสูงขึ้น

ความเสี่ยงของการส่งออกสินค้าของไทยไปตลาดสหรัฐไม่ได้มีเพียงความเสี่ยงจากการที่ไทยได้ดุลการค้าสหรัฐอเมริกาเป็นอันดับที่ 11 ในปี 2567 แต่สัดส่วนการส่งออกไปตลาดสหรัฐอเมริกาที่นำโด่งเมื่อเทียบกับตลาดอื่น กำลังเป็นคำถามถึงความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดสหรัฐอเมริกามากเกินไป

4 นาที
IMF เตือนประเทศกำลังพัฒนาเสี่ยงตกขบวน AI มากที่สุด ก่อนเวทีประชุมใหญ่จะมาเยือนกรุงเทพฯ

IMF เตือนประเทศกำลังพัฒนาเสี่ยงตกขบวน AI มากที่สุด ก่อนเวทีประชุมใหญ่จะมาเยือนกรุงเทพฯ

วิเคราะห์คำเตือนของ IMF เรื่องความเสี่ยงตกขบวน AI ของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจและวิกฤตพลังงาน พร้อมเปิด 3 นัยสำคัญเชิงกลยุทธ์และโอกาสของไทยในการเปลี่ยนบทบาทสู่ผู้กำหนดวาระ ในฐานะเจ้าภาพจัดประชุมประจำปี IMF-ธนาคารโลก 2569 ที่กรุงเทพฯ

10 นาที
อิหร่านประกาศเก็บค่าธรรมเนียมช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมยึดเรือฝ่าฝืน ห่วงโซ่พลังงานโลกเผชิญความเสี่ยงใหม่

อิหร่านประกาศเก็บค่าธรรมเนียมช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมยึดเรือฝ่าฝืน ห่วงโซ่พลังงานโลกเผชิญความเสี่ยงใหม่

อิหร่านประกาศเก็บค่าธรรมเนียมบริการในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมขู่ปรับ กักตัว ยึดเรือฝ่าฝืน 23 สิงหาคม 2569 วิเคราะห์ผลกระทบต่อราคาน้ำมัน ต้นทุนโลจิสติกส์ และห่วงโซ่อุปทานของไทย

5 นาที
สงครามการค้าเดือด! จีนออกสมุดปกขาวโต้สหรัฐฯ ประณามมาตรการกีดกันทางการค้า

สงครามการค้าเดือด! จีนออกสมุดปกขาวโต้สหรัฐฯ ประณามมาตรการกีดกันทางการค้า

จีนตอบโต้สหรัฐฯ ผ่านรายงานปกขาวฉบับใหม่ กล่าวหาสหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลงการค้า ใช้มาตรการฝ่ายเดียว และขัดต่อกฎ WTO ท่ามกลางสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรง เตือนการเก็บภาษีล่าสุดจะส่งผลเสียต่อทั้งสองประเทศและเศรษฐกิจโลก

5 นาที
จีนกับบทบาทผู้นำรักษาเสถียรภาพและขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางความผันผวนระหว่างประเทศ

จีนกับบทบาทผู้นำรักษาเสถียรภาพและขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางความผันผวนระหว่างประเทศ

ผู้เชี่ยวชาญอินโดนีเซียชี้ จีนยังมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกกว่า 30% ผ่านนโยบาย Dual Circulation การเปิดกว้างระดับสูง และความร่วมมือภูมิภาค ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก

4 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง