
“ลอดช่องวัดเจษ” ต่อยอดแบรนด์ เปิดคาเฟ่ขนมไทยฟิวชั่น “Jade's”
สรุปประเด็น
ในยุคที่ตลาดผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การปรับตัวของแบรนด์ดั้งเดิมถือเป็นกลยุทธ์สำคัญเพื่อรักษาและขยายส่วนแบ่งตลาด กรณีศึกษาที่น่าสนใจคือการต่อยอดของแบรนด์ “ลอดช่องวัดเจษ” ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะขนมหวานไทยต้นตำรับมายาวนาน สู่การเปิดตัวคาเฟ่ขนมไทยฟิวชั่นภายใต้ชื่อ “Jade's” ในช่วงต้นปี 2568 การขยายธุรกิจในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเปิดร้านสาขาใหม่ แต่เป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจเพื่อตอบสนองต่อเทรนด์ตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ
การเลือกทำเลที่ตั้งของ Jade's Cafe ในย่านบรรทัดทองนั้นถือเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ บรรทัดทองเป็นศูนย์รวมสตรีทฟู้ดและคาเฟ่ยอดนิยมที่ดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวจำนวนมาก การเข้าสู่พื้นที่ดังกล่าวทำให้ Jade's สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อและเปิดรับประสบการณ์อาหารและเครื่องดื่มใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้มีความทันสมัยและร่วมสมัยมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่แบรนด์ดั้งเดิมหลายแห่งพยายามบรรลุในการขยายตลาด
.jpg)
หัวใจสำคัญของกลยุทธ์นี้คือการนำเสนอเมนูที่หลากหลาย โดยยังคงยึดมั่นในแก่นแท้ของแบรนด์ เมนูหลักของ Jade's คือ ลอดช่องวัดเจษสูตรต้นตำรับ ซึ่งเป็นจุดแข็งและเอกลักษณ์ที่สำคัญ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเมนูขนมไทยฟิวชั่นที่น่าสนใจ อาทิ Jade's Shake, บิงซูชาไทย และเจลาโต ที่ใช้วัตถุดิบไทยมาสร้างสรรค์ การเพิ่มทางเลือกที่หลากหลายนี้ไม่เพียงแต่ดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ชื่นชอบความแปลกใหม่ แต่ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์เดิมและขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น ครอบคลุมผู้บริโภคที่มองหามากกว่าขนมไทยดั้งเดิม
สิ่งที่ไม่สามารถละเลยได้คือการรักษาคุณภาพของวัตถุดิบหลัก โดยเฉพาะ เส้นลอดช่องที่ส่งตรงจากมหาชัยทุกวัน เพื่อคงไว้ซึ่งรสชาติและคุณภาพที่เป็นต้นตำรับ การคงไว้ซึ่งจุดแข็งและเอกลักษณ์นี้เป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า แม้ว่าแบรนด์จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจไปสู่ความฟิวชั่นก็ตาม การผสมผสานระหว่างการรักษามรดกทางคุณภาพกับการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ คือหัวใจสู่ความสำเร็จในการปรับตัวของแบรนด์ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง

กรณีของ "ลอดช่องวัดเจษ" ที่ต่อยอดสู่ "Jade's" สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มสำคัญในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทย นั่นคือศักยภาพของแบรนด์ดั้งเดิมในการสร้างมูลค่าเพิ่มและเข้าถึงตลาดใหม่ๆ ผ่านการลงทุนในการสร้างสรรค์นวัตกรรม การเลือกทำเลที่ตั้งที่เหมาะสม และการบริหารจัดการคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับองค์กรและนักลงทุนที่มองเห็นโอกาสในการเติบโตและการลงทุนในธุรกิจอาหารที่มีรากฐานอันแข็งแกร่งและมีวิสัยทัศน์ในการปรับตัวเพื่ออนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สัมผัส ‘ศรณ์’ ปฐมบท 3 ดาวมิชลินร้านแรกของไทย ดื่มด่ำไฟน์ไดนิ่งใต้ระดับโลก
ร้านอาหารใต้แห่งแรกของโลกและร้านแรกในไทยที่คว้ามิชลิน 3 ดาวประจำปี 2025 รังสรรค์ความทรงจำจากรสมือคุณย่าโดยเชฟไอซ์-ศุภักษร ผ่านเทคนิคไฟน์ไดนิ่งเตาถ่านโบราณและวัตถุดิบท้องถิ่น 14 จังหวัดภาคใต้ มอบมื้ออาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ผู้นำไม่ควรพลาด

Mix Beef Club & Restaurant BKK: สเต๊กเฮาส์พรีเมียมใจกลาง MBK ที่สายเนื้อและสายดินเนอร์โรแมนติกต้องไปลอง
ดินเนอร์เนื้อวากิวกว่า 20 คัตจากผู้ผลิตระดับโลก พร้อมเมนูไทย–ยุโรปร่วมสมัย ในบรรยากาศโรแมนติกสไตล์ French bistro ที่ Mix Beef Club & Restaurant BKK ชั้น 2 โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส ใจกลาง MBK รีวิวครบทั้งรสชาติ บรรยากาศ และความคุ้มค่าจากเสียงจริงของผู้ใช้ใน Google Maps

The Glasshouse นิยามใหม่ลักชัวรีบุฟเฟต์ ดีที่สุดจน Netflix ต้องรีวิว
รีวิว The Glasshouse ห้องอาหารบุฟเฟต์ระดับลักชัวรีจากสารคดีดังทาง Netflix ตั้งอยู่ภายใน The Grove รีสอร์ทหรู 5 ดาวใกล้ลอนดอน เปลี่ยนนิยามการทานบุฟเฟต์สู่โรงละครอาหารปรุงสดเวิลด์คลาส 11 สเตชัน พร้อมทิวทัศน์สวนสวย

NOBU Bangkok: ดินเนอร์บนฟ้า ใจกลางสาทร
มีไม่กี่มื้อในกรุงเทพฯ ที่เริ่มต้นด้วยลิฟต์ไต่ระดับขึ้นไปบนชั้น 57 ก่อนประตูเปิดออกสู่วิวสกายไลน์ย่านสาทรแบบพาโนรามา 360 องศา นั่นคือจุดเริ่มต้นของค่ำคืนที่ NOBU Bangkok ร้านอาหารญี่ปุ่น–เปรูสาขาแรกในไทย และยังเป็นสาขาที่สูงที่สุดและใหญ่ที่สุดของแบรนด์ NOBU ทั้งโลกด้วย

ONE BANGKOK: จังหวะใหม่ของการกิน ดื่ม และใช้ชีวิตในแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กรุงเทพฯ มีสถานที่ใหม่มากมายที่พยายามนิยามตัวเองให้เป็นมากกว่าศูนย์การค้า แต่มีไม่กี่แห่งที่ทำให้คำว่า "ใช้เวลาได้ทั้งวัน" เป็นจริงเท่า ONE BANGKOK พื้นที่แห่งนี้ให้การกินเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในเมือง ตั้งแต่กาแฟแก้วแรกตอนเช้า มื้อเที่ยงสำหรับคุยงาน คาเฟ่ช่วงบ่าย ไปจนถึงดินเนอร์และดริงก์ตอนค่ำคืนในบรรยากาศที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา

จากตำนานริมเจ้าพระยา สู่การกลับมาของบุฟเฟต์ซีฟู้ดมื้อค่ำที่ Lord Jim’s
Lord Jim's ห้องอาหารซีฟู้ดระดับตำนานของโรงแรม Mandarin Oriental Bangkok กลับมาพร้อมบุฟเฟต์มื้อค่ำที่ยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยเมนูอาหารทะเลสดใหม่นานาชนิด ไวน์คัดสรร และบรรยากาศคลาสสิกที่ยังคงเสน่ห์ดั้งเดิมไว้อย่างครบครัน ในราคาเริ่มต้น 2,850 บาทต่อท่าน
