
The Glasshouse นิยามใหม่ลักชัวรีบุฟเฟต์ ดีที่สุดจน Netflix ต้องรีวิว
สรุปประเด็น
-
The Glasshouse บุฟเฟต์หรูระดับโลก รีวิวห้องอาหารลักชัวรีชื่อดังจากสารคดี Netflix ตั้งอยู่ภายในโรงแรม 5 ดาว The Grove ใกล้กรุงลอนดอน
-
โรงละครอาหารปรุงสด 11 สเตชัน เปลี่ยนนิยามบุฟเฟต์ดั้งเดิมสู่ Live Cooking เสิร์ฟซีฟู้ดสดใหม่ เนื้ออบพรีเมียม และอาหารนานาชาติคำต่อคำ
-
ไฮไลท์พิเศษและข้อมูลการจอง มื้อสุดสัปดาห์จัดเต็มล็อบสเตอร์และทรัฟเฟิลไม่อั้น ราคาเริ่มต้น £74-£94 ต้องสำรองที่นั่งล่วงหน้าเท่านั้น
ในลอนดอน เมืองที่วงการอาหารไม่เคยหยุดนิ่งและหมุนเวียนไปตามเทรนด์อยู่เสมอ แต่มีสถานที่แห่งหนึ่งที่ยังคงยืนหยัดในฐานะจุดหมายปลายทางของความอร่อยระดับท็อปคลาสได้อย่างเหนียวแน่น นั่นคือ The Glasshouse ซึ่งการันตีความเหนือระดับด้วยการเป็นไฮไลท์เด่นในสารคดี “Million Dollar Buffet” ทาง Netflix โดย Grace Dent ห้องอาหารนี้ตั้งอยู่ภายใน The Grove รีสอร์ทหรูระดับ 5 ดาวบนพื้นที่กว่า 750 ไร่ในฮาร์ตฟอร์ดเชียร์ (Hertfordshire) ห่างจากใจกลางกรุงลอนดอนเพียงไม่เกินหนึ่งชั่วโมง
หากคุณเคยคิดว่าคำว่า "บุฟเฟต์" จำกัดอยู่แค่ความอิ่มและความหลากหลาย The Glasshouse พร้อมที่จะเปลี่ยนความคิดนั้นให้กลายเป็นประสบการณ์การทานอาหารระดับไฟน์ไดนิ่งในรูปแบบโรงละครอาหาร (Theatrical Culinary Marketplace) ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดผ่านสเตชันอาหารปรุงสด (Live Cooking Stations) ที่เชฟจะมาสับ ย่าง ม้วน นึ่ง และจัดจานให้คุณเห็นกันแบบสดๆ

บรรยากาศ: เมื่อดีไซน์โมเดิร์นบรรจบกับธรรมชาติ
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ The Glasshouse ความรู้สึกแรกคือความโปร่งโล่งและสง่างาม ตัวร้านได้รับการออกแบบด้วยกระจกใสตั้งแต่พื้นจรดเพดานสมชื่อร้าน เปิดรับแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่พร้อมเผยให้เห็นทัศนียภาพของสวนสไตล์อังกฤษ (Formal Gardens) อันงดงามและตัดแต่งอย่างประณีต
การตกแต่งภายในเป็นการผสมผสานระหว่างความหรูหราทันสมัยและความผ่อนคลาย เก้าอี้บุกำมะหยี่สีเอิร์ธโทนและเขียวพฤกษศาสตร์ เคาน์เตอร์หินอ่อนขัดเงา และการจัดแสงไฟสีอบอุ่นที่เปลี่ยนมู้ดของร้านจากมื้อกลางวันอันสดใส ให้กลายเป็นมื้อค่ำที่โรแมนติกและเปี่ยมด้วยเสน่ห์ ที่นี่จึงเป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์ทั้งการมาสังสรรค์กับครอบครัว หรือการเดทในโอกาสพิเศษ

การเดินทางของรสชาติ: เจาะลึก 11 สเตชันอาหารระดับเวิลด์คลาส
The Glasshouse แบ่งสเตชันอาหารออกอย่างเป็นสัดส่วนเพื่อมอบความหลากหลายที่ไร้ขีดจำกัด ดังนี้:
-
Fruits de Mer (สวรรค์แห่งซีฟู้ด): อลังการด้วยอาหารทะเลสดๆ บนน้ำแข็ง ทั้งหอยนางรมแกะสด, กุ้ง Crevettes, ล็อบสเตอร์ตัวโต (มีเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์), กุ้งมังกรฝรั่งเศส (Langoustine) และแซลมอนหมักเกลือสไตล์สแกนดิเนเวีย (Gravadlax)
-
The Chef's Weekend Edition (ไฮไลท์พิเศษศุกร์-อาทิตย์): มอบประสบการณ์ที่ลักชัวรียิ่งขึ้นด้วย ล็อบสเตอร์แบบเติมได้ไม่อั้น (Limitless Lobster), เนื้อบีฟเวลลิงตัน (Beef Wellington) สูตรซิกเนเจอร์อันโด่งดัง และทรัฟเฟิลฤดูหนาวสด (Fresh Winter Truffle) ที่เชฟจะมาสไลด์ลงบนจานพาสต้าของคุณสดๆ
-
British Roasts (เนื้ออบบริติชดั้งเดิม): ยกระดับวัฒนธรรมอังกฤษด้วยเนื้อวัวดรายเอจส่วนเซอร์ลอยน์ (Dry-aged beef sirloin), ขาแกะอบช้า (Slow-roasted lamb leg) และไก่หมุน เสิร์ฟคู่กับยอร์กเชียร์พุดดิ้งและมันฝรั่งอบไขมันวัวรสชาติเข้มข้น
-
Mediterranean Grill (ปิ้งย่างเมดิเตอร์เรเนียน): เต็มไปด้วยสีสันและกลิ่นอายความร้อนแรงจากสเปน, กรีซ และตุรกี เมนูเด่นคือ ปลามังก์ฟิชย่างซอสพิริพิริ (Piri-piri monkfish), ปลาเฮกกระเทียมดำ (Black garlic hake) และเนื้อแกะส่วนสะโพกย่างซอสชิมิชูรี (Lamb rump with chimichurri)
-
Sushi Bar (บาร์ญี่ปุ่นพรีเมียม): สัมผัสความประณีตของซาชิมิสดๆ ทั้งแซลมอน ทูน่า ปลากระพง และเมนูพิเศษช่วงสุดสัปดาห์อย่างปลาฮามาจิ (Yellowtail) และปลาไหลย่าง
-
Tandoor Oven & Thai Kitchen (รสชาติแห่งเอเชีย): มีทั้งไก่เนยอินเดีย (Butter Chicken), แกงแพะ (Lamb Rogan Josh) และแกงเขียวหวาน/แกงเผ็ดเป็ดย่าง, ผัดไทยกุ้งสด และสลัดส้มโอบลูบีฟรสจัดจ้านสไตล์ไทยแท้
-
Live Pasta & Pizza (อิตาเลียนดั้งเดิม): พิซซ่าเนเปิลส์อบเตาหินร้อนๆ แป้งบางกรอบ และพาสต้าทำสด เช่น ทอร์เทลโลนีไส้เห็ดและแบล็กทรัฟเฟิล (Mushroom & black-truffle tortelloni)
-
The Garden Table & Plant-Based Favourites: สลัดผักยกระดับที่ใช้วัตถุดิบสดๆ ส่งตรงจากสวนครัวพฤกษศาสตร์ของรีสอร์ท (Jemima’s Kitchen Garden) พร้อมเมนูวีแกนชั้นเลิศอย่าง วีแกนเวลลิงตัน (Roast vegetable Wellington) สำหรับผู้รักสุขภาพ
-
Grazing Corner & The Sweet Spot: มุมโคลด์คัทและชีสท้องถิ่นชื่อดังของอังกฤษ เช่น Westcombe Cheddar และชีสราเคล็ตต์ (Raclette) แบบละลายสด (เฉพาะวันหยุด) ปิดท้ายด้วยห้องขนมหวานที่รวบรวมพาทิสเซอรีชิ้นจิ๋ว และน้ำพุช็อกโกแลตฟองดูว์ซิกเนเจอร์


คู่มือนักชิม: รอบเวลาและราคา (Opening Times & Prices)
ความพิเศษของ The Glasshouse จะแบ่งออกเป็น 2 คอนเซปต์หลักตามช่วงเวลา (จองล่วงหน้าสำหรับโต๊ะ 2 ชั่วโมงเท่านั้น):
-
The Signature Experience (วันจันทร์ – วันพฤหัสบดี)
-
มื้อค่ำ (Mon-Thurs): 17.30 - 20.30 น. | ราคา £74 (ประมาณ 3,300 บาท)
-
มื้อกลางวัน (Thur-Fri เท่านั้น): 12.30 - 14.00 น. | ราคา £74 (มีโปรโมชันแถม Prosecco 1 แก้วเมื่อมาถึง พร้อมชาและกาแฟฟรีตลอดมื้อ)
-
-
The Chef's Weekend Edition (วันศุกร์มื้อค่ำ – วันอาทิตย์)
-
มื้อกลางวัน (Sat-Sun) & มื้อค่ำ (Fri-Sun): ราคา £94 (ประมาณ 4,200 บาท) เพื่อสัมผัสไลน์อาหารพรีเมียม ล็อบสเตอร์ เวลลิงตัน และทรัฟเฟิล
-
-
มื้อเช้า (Breakfast): เปิดบริการทุกวัน 7.00 - 10.00 น. (ราคา £28 สำหรับผู้เข้าพัก และ £40 สำหรับบุคคลภายนอก) *หมายเหตุ: วันเสาร์-อาทิตย์ มื้อเช้าเปิดเฉพาะผู้เข้าพักในโรงแรมเท่านั้น
(ราคาสำหรับเด็กอายุ 4-12 ปี คิดครึ่งราคา และเด็กอายุไม่เกิน 3 ปี ทานฟรี โดยราคาทั้งหมดยังไม่รวม Discretionary Service Charge)
สรุปรีวิว
The Glasshouse ณ The Grove ประสบความสำเร็จในการมอบนิยามใหม่ของความหรูหรา นั่นคือ "การมีสิทธิ์เลือกอย่างไม่มีขอบเขต" ร้านได้ทลายความอึดอัดของการทานไฟน์ไดนิ่งแบบเดิมๆ แต่ยังคงรักษาคุณภาพอาหารสดใหม่แบบคำต่อคำ และการบริการระดับสูงสุดไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าคุณจะเป็นคนลอนดอนที่อยากหลบหนีความวุ่นวายมาพักผ่อนในวันหยุด หรือเป็นนักเดินทางที่กำลังมองหามื้ออาหารระดับ 'Million Dollar' ที่จะประทับอยู่ในความทรงจำ The Glasshouse คือคำตอบที่ไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน
-
สถานที่ตั้ง: The Grove, Chandler's Cross, Hertfordshire (ขับรถประมาณ 30-45 นาทีจากตอนเหนือของลอนดอน หรือนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Watford Junction)
Google map Location -
การแต่งกาย: Smart Casual (สุภาพแต่ผ่อนคลาย)
-
นโยบายการจอง: ต้องสำรองที่นั่งล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น หากวันและเวลาที่เลือกไม่ขึ้น แสดงว่าโต๊ะเต็ม
ข้อมูลอ้างอิง:
The Grove. (2026). The Glasshouse. https://www.thegrove.co.uk/dining/the-glasshouse/
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สัมผัส ‘ศรณ์’ ปฐมบท 3 ดาวมิชลินร้านแรกของไทย ดื่มด่ำไฟน์ไดนิ่งใต้ระดับโลก
ร้านอาหารใต้แห่งแรกของโลกและร้านแรกในไทยที่คว้ามิชลิน 3 ดาวประจำปี 2025 รังสรรค์ความทรงจำจากรสมือคุณย่าโดยเชฟไอซ์-ศุภักษร ผ่านเทคนิคไฟน์ไดนิ่งเตาถ่านโบราณและวัตถุดิบท้องถิ่น 14 จังหวัดภาคใต้ มอบมื้ออาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ผู้นำไม่ควรพลาด

NOBU Bangkok: ดินเนอร์บนฟ้า ใจกลางสาทร
มีไม่กี่มื้อในกรุงเทพฯ ที่เริ่มต้นด้วยลิฟต์ไต่ระดับขึ้นไปบนชั้น 57 ก่อนประตูเปิดออกสู่วิวสกายไลน์ย่านสาทรแบบพาโนรามา 360 องศา นั่นคือจุดเริ่มต้นของค่ำคืนที่ NOBU Bangkok ร้านอาหารญี่ปุ่น–เปรูสาขาแรกในไทย และยังเป็นสาขาที่สูงที่สุดและใหญ่ที่สุดของแบรนด์ NOBU ทั้งโลกด้วย

“ลอดช่องวัดเจษ” ต่อยอดแบรนด์ เปิดคาเฟ่ขนมไทยฟิวชั่น “Jade's”
แบรนด์ดั้งเดิม “ลอดช่องวัดเจษ” ปรับตัวครั้งใหญ่รับเทรนด์ตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ด้วยการปักหมุดทำเลทองย่านบรรทัดทองเปิดตัวคาเฟ่ขนมไทยฟิวชั่นภายใต้ชื่อ “Jade's” นำเสนอเมนูแปลกใหม่ควบคู่กับการรักษาคุณภาพวัตถุดิบต้นตำรับเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายฐานลูกค้า

ONE BANGKOK: จังหวะใหม่ของการกิน ดื่ม และใช้ชีวิตในแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กรุงเทพฯ มีสถานที่ใหม่มากมายที่พยายามนิยามตัวเองให้เป็นมากกว่าศูนย์การค้า แต่มีไม่กี่แห่งที่ทำให้คำว่า "ใช้เวลาได้ทั้งวัน" เป็นจริงเท่า ONE BANGKOK พื้นที่แห่งนี้ให้การกินเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในเมือง ตั้งแต่กาแฟแก้วแรกตอนเช้า มื้อเที่ยงสำหรับคุยงาน คาเฟ่ช่วงบ่าย ไปจนถึงดินเนอร์และดริงก์ตอนค่ำคืนในบรรยากาศที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา

Medium Rare Steak & Wine — ร้านแรร์ สำหรับช่วงเวลาที่พิเศษยิ่ง
Medium Rare Steak & Wine ข A Rare Place for a Rare Moment ร้านสเต๊กสไตล์ Industrial Loft ซ่อนตัวอยู่ชั้นสองในซอยประดิพัทธ์ 10 ย่านอารีย์ เปิดมากว่า 10 ปี ด้วยปรัชญาวัตถุดิบคุณภาพและเมนูน้อยแต่บ่มสมบูรณ์ เด่นด้วย Wagyu Tomahawk F4 ส่งตรงจากออสเตรเลียและ Spanish Iberico Steak หาทานได้ยาก การันตีด้วย 4.7 ดาวบน Google และรางวัล Wongnai User’s Choice

จากตำนานริมเจ้าพระยา สู่การกลับมาของบุฟเฟต์ซีฟู้ดมื้อค่ำที่ Lord Jim’s
Lord Jim's ห้องอาหารซีฟู้ดระดับตำนานของโรงแรม Mandarin Oriental Bangkok กลับมาพร้อมบุฟเฟต์มื้อค่ำที่ยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยเมนูอาหารทะเลสดใหม่นานาชนิด ไวน์คัดสรร และบรรยากาศคลาสสิกที่ยังคงเสน่ห์ดั้งเดิมไว้อย่างครบครัน ในราคาเริ่มต้น 2,850 บาทต่อท่าน
