สัมผัส ‘ศรณ์’ ปฐมบท 3 ดาวมิชลินร้านแรกของไทย ดื่มด่ำไฟน์ไดนิ่งใต้ระดับโลก

สัมผัส ‘ศรณ์’ ปฐมบท 3 ดาวมิชลินร้านแรกของไทย ดื่มด่ำไฟน์ไดนิ่งใต้ระดับโลก

ฟังบทความนี้โดย AI

Business Leader Podcast

0:00
0:00

สรุปประเด็น

ท่ามกลางความคึกคักของย่านสุขุมวิท 26 บ้านไม้สองชั้นที่ถูกบูรณะอย่างวิจิตรบรรจงหลังหนึ่งได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการอาหารระดับโลก "ศรณ์" (Sorn) ไม่ได้เป็นเพียงร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งที่สะท้อนศิลปะแห่งการกินดื่ม แต่ยังเป็นร้านอาหารแห่งแรกในประเทศไทย และร้านอาหารปักษ์ใต้แห่งแรกของโลก ที่สามารถคว้าตึกรางวัลสูงสุด มิชลิน 3 ดาว มาครองได้อย่างเต็มภาคภูมิในคู่มือมิชลินไกด์ประจำปี 2025

พร้อมกันนี้ ศรณ์ยังได้จารึกความสำเร็จอันยิ่งใหญ่บนเวทีระดับสากลด้วยการประกาศศักดาคว้าอันดับ 38 จากทำเนียบร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลก (No. 38 on World’s 50 Best Restaurants) ควบคู่ไปกับตำแหน่งอันดับ 12 ของเอเชีย (No. 12 in Asia) ซึ่งความสำเร็จระดับโลกในครั้งนี้คือข้อพิสูจน์อันหนักแน่นถึงความหลงใหล วินัย และความมุ่งมั่นทุ่มเทของทีมงานทุกคนในการเชิดชูจิตวิญญาณและถ่ายทอดรสชาติอันบริสุทธิ์ของอาหารปักษ์ใต้แท้ ๆ ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลกในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมอาหารที่น่าภาคภูมิใจ

สำหรับผู้นำและนักธุรกิจที่แสวงหาประสบการณ์เหนือระดับ การก้าวเข้ามาใน "ศรณ์" คือการหลีกหนีจากความวุ่นวาย เพื่อเข้าสู่พื้นที่ที่เวลาเดินช้าลง และเปิดรับเรื่องราวอันลุ่มลึกของดินแดนด้ามขวานไทยในบรรยากาศที่หรูหราทว่าอบอุ่นเป็นกันเอง และสิ่งสำคัญที่สุดที่เป็นดั่งลมใต้ปีกคือคำขอบคุณจากใจถึงกลุ่มลูกค้าประจำ ชุมชน และเพื่อนร่วมวงการอาหารทั่วโลก ที่คอยให้การสนับสนุนและมอบพลังใจให้เชฟและทีมงานก้าวเดินบนเส้นทางสายยาวนี้ร่วมกัน ซึ่งทุกคนต่างย้ำด้วยหมุดหมายเดียวกันว่า "การเดินทางครั้งนี้ยังคงดำเนินต่อไปในทุก ๆ มื้ออาหารและการบริการ... เพื่อส่งต่อแพสชันและรสชาติปักษ์ใต้สู่เวทีโลกอย่างไม่หยุดยั้ง"

แรงบันดาลใจจาก "รสมือคุณย่า" สู่ทำเนียบระดับโลก

เบื้องหลังความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของศรณ์ เริ่มต้นขึ้นจากความทรงจำในวัยเด็กของ "เชฟไอซ์-ศุภักษร จงศิริ" ผู้ก่อตั้งและเชฟผู้นำทางจิตวิญญาณของร้าน เชฟไอซ์เติบโตมาพร้อมกับกลิ่นหอมของพริกแกงและความอบอุ่นจากการทำอาหารใต้ของคุณย่า รสชาติเหล่านั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่อาหาร แต่เป็น "ความรัก" ที่ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น

คำสอนของคุณย่าที่ว่า “เวลาทำอาหาร อย่าคิดเรื่องเงินเป็นสิ่งแรก แต่ให้คิดว่าจะทำสิ่งที่ดีที่สุดและซื่อสัตย์ต่อคนกินอย่างไร” กลายมาเป็นเข็มทิศนำทางและปรัชญาหลักของร้าน ความหมายของคำว่า "ศรณ์" (ศรณะ ในภาษาสันสกฤต) จึงถูกตีความถึง "ที่พึ่งพิงอันร่มเย็น" เหมือนต้นไม้ใหญ่ที่พึ่งพาตนเองจนแข็งแรง เพื่อที่จะแบ่งปันความสำเร็จและโอบอุ้มชุมชน เกษตรกร รวมถึงชาวประมงพื้นบ้านในภาคใต้ไปพร้อมกัน

รังสรรค์ความจัดจ้าน สู่ความละเมียดละไมระดับโลก

ภาพจำของอาหารใต้คือความเผ็ดร้อนและรสชาติที่ดุดัน แต่ที่ศรณ์ ความจัดจ้านเหล่านั้นถูกนำมาตีความใหม่และขัดเกลาด้วย เทคนิคไฟน์ไดนิ่งขั้นสูง เชฟผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จได้นำเสนออาหารที่บอกเล่าเรื่องราวความอุดมสมบูรณ์ของ 14 จังหวัดภาคใต้ ผ่านกระบวนการทำอาหารที่ต้องอาศัยความใจเย็น (Slow Cook) ทั้งการเคี่ยว การทำอาหารบนเตาถ่านที่ควบคุมอุณหภูมิอย่างแม่นยำ และการใช้หม้อดินเผาแบบดั้งเดิม

วัตถุดิบทุกองค์ประกอบถูกคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันจากเกษตรกรและชาวประมงท้องถิ่นโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลสดใหม่จากภาคใต้ เครื่องแกงที่โขลกเองอย่างพิถีพิถัน ไปจนถึงสมุนไพรพื้นบ้าน ทุกจานเสิร์ฟมาในรูปแบบที่งดงามร่วมสมัย แต่ยังคงรักษากลิ่นอายและรสชาติดั้งเดิมที่ซับซ้อน ลุ่มลึก และบาลานซ์รสชาติ เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ได้อย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ

สำรวจด้ามขวานผ่านรสสัมผัส: เมื่อวัตถุดิบท้องถิ่นบอกเล่าเรื่องราวปักษ์ใต้

การก้าวเข้ามาร่วมโต๊ะอาหารที่ "ศรณ์" ไม่ต่างอะไรกับการออกเดินทางท่องเที่ยวเชิงสำรวจ (Expedition) ไปบนดินแดนด้ามขวานของไทย ทว่าเป็นการเดินทางที่ถูกยกระดับด้วยความลุ่มลึกในสไตล์ไฟน์ไดนิ่ง ที่นี่... วัตถุดิบท้องถิ่นไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ให้อิ่มท้อง แต่ทำหน้าที่เป็น ‘มัคคุเทศก์’ เล่าเรื่องราวของท้องทะเล ขุนเขา และภูมิปัญญาปักษ์ใต้ที่สืบทอดกันมานับศตวรรษ

สุริยันจันทรา & กานพลู: ปฐมบทจากท้องทะเลอันดามัน

มื้ออาหารเริ่มต้นด้วยความตื่นตาตื่นใจของเมนูเรียกน้ำย่อยที่เชฟไอซ์หยิบยกความสดใหม่ของอาหารทะเลไทยมาเป็นตัวชูโรง "กุ้งมังกร 7 สี" หรือกุ้งกบานบุรีที่ส่งตรงจากชาวประมงพื้นบ้านภาคใต้แบบวันต่อวัน ถูกนำมาย่างบนเตาถ่านโบราณอย่างใจเย็นจนเนื้อด้านนอกหอมกลิ่นควันจาง ๆ ทว่าเนื้อด้านในยังคงความหวาน ฉ่ำ และเด้งสู้ลิ้นตามธรรมชาติ เสิร์ฟเคียงคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้านที่ผ่านการบาลานซ์รสชาติมาอย่างวิจิตรบรรจง ไม่ให้ความเผ็ดร้อนไปกลบความสดอันเป็นหัวใจหลักของวัตถุดิบชิ้นงาม

ข้าวยำปักษ์ใต้: ภาพวาดสมุนไพรบนจานอาหาร

หากจะหาจานที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของ 14 จังหวัดภาคใต้ได้ชัดเจนที่สุด คงไม่มีจานใดเทียบเท่า "ข้าวยำปักษ์ใต้" เอกลักษณ์ของจานนี้คือการรวบรวมผักพื้นบ้านหายากและสมุนไพรท้องถิ่นหลากสีสันมาจัดวางอย่างงดงามราวกับภาพศิลปะ ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ "น้ำบูดูสูตรพิเศษ" ของทางร้าน ที่ผ่านการเคี่ยวอย่างพิถีพิถันจนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มนวล หอมกลิ่นอายทะเล และมีรสชาติที่กลมกล่อม ไม่เค็มโดด เมื่อคลุกเคล้าทุกอย่างเข้าด้วยกัน ทุกคำที่ทานเข้าไปจะมอบรสสัมผัสที่สดชื่น ซับซ้อน และสะท้อนภาพทิวทัศน์อันเขียวขจีของภาคใต้ได้อย่างเต็มเปี่ยม

สำรับใต้ร่วมวง: อัตลักษณ์แห่งการแบ่งปันความอบอุ่น

หัวใจสำคัญที่เป็นดั่งจุดสูงสุดของคอร์สอาหารที่ศรณ์ คือการนำเสนอในรูปแบบ "สำรับไทย" เชฟไอซ์เลือกที่จะเสิร์ฟแกงส้ม เมนูผัด และเมนูทอดร่วมวงพร้อมกัน แทนการเสิร์ฟทีละจานตามแบบตะวันตก เพราะเชื่อว่าสุนทรียศาสตร์ที่แท้จริงของอาหารไทยคือ "ช้อนกลางและการล้อมวงทานข้าว"

แกงใต้รสจัดจ้านที่ถูกขัดเกลาจนละเมียดละไม ทานสลับกับหมูหวาน ผัดผักสดเหนาะ และ "ข้าวหอมมะลิหุงหม้อดิน" ที่หุงด้วยน้ำแร่ธรรมชาติบนเตาถ่านทีละหม้อ เมล็ดข้าวที่นุ่มฟูและมีกลิ่นหอมไหม้จาง ๆ ของกระทะดินเผา จะทำหน้าที่เชื่อมประสานรสชาติเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ในสำรับให้บาลานซ์กันอย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ

ปิดท้ายการเดินทางอันยาวนานด้วยเครื่องดื่ม Local Juice & Herbal Mocktails ที่สกัดจากส้มควายหรือน้ำตาลโตนดแท้ ช่วยล้างเพดานปากและเติมความสดชื่นได้อย่างลงตัว มื้ออาหารที่ "ศรณ์" จึงไม่ใช่แค่การทานอาหารใต้ แต่เป็นการซึมซับจิตวิญญาณแห่งวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ถูกเจียระไนจนฉายแสงเจิดจรัสบนเวทีระดับโลกอย่างแท้จริง

ประสบการณ์แห่งความเอ็กซ์คลูซีฟ

ด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ศรณ์จึงเปิดรับรองแขกได้เพียงจำนวนจำกัดในแต่ละวัน ทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในร้านอาหารที่เอ็กซ์คลูซีฟและจองยากที่สุดในโลก การบริการที่เหนือระดับ ผสานกับความรู้ลึกซึ้งของทีมงานที่พร้อมบอกเล่าเรื่องราวเบื้องหลังวัตถุดิบในทุกจาน ช่วยยกระดับมื้ออาหารให้กลายเป็นการเดินทางสำรวจวัฒนธรรมผ่านสัมผัสแห่งรสชาติ

การทะยานขึ้นสู่ทำเนียบ มิชลิน 3 ดาว ของศรณ์ ควบคู่ไปกับการประกาศศักดาคว้า อันดับ 38 จากทำเนียบร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลก (No. 38 on World’s 50 Best Restaurants) และตำแหน่ง อันดับ 12 ของเอเชีย (No. 12 in Asia) ไม่เพียงแต่เป็นหมุดหมายสำคัญของร้าน แต่ยังเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่แสดงถึงความมุ่งมั่นและวินัยอันแรงกล้าของทีมงาน ในการประกาศให้โลกได้รู้ว่า "อาหารท้องถิ่นไทย" มีความลุ่มลึกและวิจิตรบรรจงเพียงพอที่จะยืนหยัดทัดเทียมกับมรดกทางอาหารจากทุกมุมโลก

หากคุณกำลังมองหามื้ออาหารที่ตอบโจทย์ทั้งสุนทรียภาพและการซึมซับจิตวิญญาณแห่งวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ถูกเจียระไนจนฉายแสงเจิดจรัสบนเวทีระดับสากล ศรณ์คือเดสทิเนชันสำคัญที่ต้องหาโอกาสไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง

ข้อมูลอ้างอิง:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Medium Rare Steak & Wine — ร้านแรร์ สำหรับช่วงเวลาที่พิเศษยิ่ง

Medium Rare Steak & Wine — ร้านแรร์ สำหรับช่วงเวลาที่พิเศษยิ่ง

Medium Rare Steak & Wine ข A Rare Place for a Rare Moment ร้านสเต๊กสไตล์ Industrial Loft ซ่อนตัวอยู่ชั้นสองในซอยประดิพัทธ์ 10 ย่านอารีย์ เปิดมากว่า 10 ปี ด้วยปรัชญาวัตถุดิบคุณภาพและเมนูน้อยแต่บ่มสมบูรณ์ เด่นด้วย Wagyu Tomahawk F4 ส่งตรงจากออสเตรเลียและ Spanish Iberico Steak หาทานได้ยาก การันตีด้วย 4.7 ดาวบน Google และรางวัล Wongnai User’s Choice

6 นาที
The Glasshouse นิยามใหม่ลักชัวรีบุฟเฟต์ ดีที่สุดจน Netflix ต้องรีวิว

The Glasshouse นิยามใหม่ลักชัวรีบุฟเฟต์ ดีที่สุดจน Netflix ต้องรีวิว

รีวิว The Glasshouse ห้องอาหารบุฟเฟต์ระดับลักชัวรีจากสารคดีดังทาง Netflix ตั้งอยู่ภายใน The Grove รีสอร์ทหรู 5 ดาวใกล้ลอนดอน เปลี่ยนนิยามการทานบุฟเฟต์สู่โรงละครอาหารปรุงสดเวิลด์คลาส 11 สเตชัน พร้อมทิวทัศน์สวนสวย

7 นาที
ONE BANGKOK: จังหวะใหม่ของการกิน ดื่ม และใช้ชีวิตในแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ

ONE BANGKOK: จังหวะใหม่ของการกิน ดื่ม และใช้ชีวิตในแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กรุงเทพฯ มีสถานที่ใหม่มากมายที่พยายามนิยามตัวเองให้เป็นมากกว่าศูนย์การค้า แต่มีไม่กี่แห่งที่ทำให้คำว่า "ใช้เวลาได้ทั้งวัน" เป็นจริงเท่า ONE BANGKOK พื้นที่แห่งนี้ให้การกินเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในเมือง ตั้งแต่กาแฟแก้วแรกตอนเช้า มื้อเที่ยงสำหรับคุยงาน คาเฟ่ช่วงบ่าย ไปจนถึงดินเนอร์และดริงก์ตอนค่ำคืนในบรรยากาศที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา

14 นาที
จากตำนานริมเจ้าพระยา สู่การกลับมาของบุฟเฟต์ซีฟู้ดมื้อค่ำที่ Lord Jim’s

จากตำนานริมเจ้าพระยา สู่การกลับมาของบุฟเฟต์ซีฟู้ดมื้อค่ำที่ Lord Jim’s

Lord Jim's ห้องอาหารซีฟู้ดระดับตำนานของโรงแรม Mandarin Oriental Bangkok กลับมาพร้อมบุฟเฟต์มื้อค่ำที่ยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยเมนูอาหารทะเลสดใหม่นานาชนิด ไวน์คัดสรร และบรรยากาศคลาสสิกที่ยังคงเสน่ห์ดั้งเดิมไว้อย่างครบครัน ในราคาเริ่มต้น 2,850 บาทต่อท่าน

6 นาที
“ลอดช่องวัดเจษ” ต่อยอดแบรนด์ เปิดคาเฟ่ขนมไทยฟิวชั่น “Jade's”

“ลอดช่องวัดเจษ” ต่อยอดแบรนด์ เปิดคาเฟ่ขนมไทยฟิวชั่น “Jade's”

แบรนด์ดั้งเดิม “ลอดช่องวัดเจษ” ปรับตัวครั้งใหญ่รับเทรนด์ตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ด้วยการปักหมุดทำเลทองย่านบรรทัดทองเปิดตัวคาเฟ่ขนมไทยฟิวชั่นภายใต้ชื่อ “Jade's” นำเสนอเมนูแปลกใหม่ควบคู่กับการรักษาคุณภาพวัตถุดิบต้นตำรับเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายฐานลูกค้า

4 นาที
Mix Beef Club & Restaurant BKK: สเต๊กเฮาส์พรีเมียมใจกลาง MBK ที่สายเนื้อและสายดินเนอร์โรแมนติกต้องไปลอง

Mix Beef Club & Restaurant BKK: สเต๊กเฮาส์พรีเมียมใจกลาง MBK ที่สายเนื้อและสายดินเนอร์โรแมนติกต้องไปลอง

ดินเนอร์เนื้อวากิวกว่า 20 คัตจากผู้ผลิตระดับโลก พร้อมเมนูไทย–ยุโรปร่วมสมัย ในบรรยากาศโรแมนติกสไตล์ French bistro ที่ Mix Beef Club & Restaurant BKK ชั้น 2 โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส ใจกลาง MBK รีวิวครบทั้งรสชาติ บรรยากาศ และความคุ้มค่าจากเสียงจริงของผู้ใช้ใน Google Maps

9 นาที

แท็กที่เกี่ยวข้อง