
Digital Edge ร่วม BGRIM พัฒนา Hyperscale Data Center รองรับ AI ในไทย
สรุปประเด็น
-
Digital Edge และ BGRIM ร่วมมือเชิงกลยุทธ์ พัฒนา Hyperscale Data Center รองรับ AI และ Cloud ในไทย
-
มูลค่าโครงการเริ่มต้นกว่า 24,520 ล้านบาท ตั้งเป้าเปิดให้บริการในไตรมาส 4 ปี 2569
-
ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อรองรับการขยายตัวของเทคโนโลยีดิจิทัลในภูมิภาค
-
ตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ไทยเติบโตเฉลี่ย 25% ต่อปี โดยมีแรงขับเคลื่อนจาก AI และการใช้บริการคลาวด์
-
รัฐบาลไทยสนับสนุนสิทธิประโยชน์การลงทุนกว่า 2.7 พันล้านดอลลาร์ เพื่อผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางดิจิทัล
-
คาดว่ากำลังการผลิตไฟฟ้าจะเพิ่มเป็น 300 เมกะวัตต์ใน 5 ปี และมูลค่าโครงการอาจแตะ 1 แสนล้านบาท
-
โครงการนี้ใช้พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อรองรับความต้องการของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก
บริษัท ดิจิทัล เอดจ์ (สิงคโปร์) โฮลดิ้งส์ จำกัด (Digital Edge) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดาต้าเซ็นเตอร์ชั้นนำในเอเชีย ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เพื่อพัฒนาศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ไฮเปอร์สเกลในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายรองรับการใช้งานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และคลาวด์คอมพิวติ้งที่เติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาค ความร่วมมือครั้งนี้ดำเนินการภายใต้บริษัท Digital Edge B.Grimm (TH) Holding Pte. Ltd. ด้วยมูลค่าโครงการเริ่มต้นกว่า 24,520 ล้านบาท
รายละเอียดโครงการ Hyperscale Data Center ใน EEC
โครงการเรือธงของความร่วมมือนี้คือการพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ขนาด 100 เมกะวัตต์ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางสำคัญสำหรับผู้ให้บริการ AI และคลาวด์ที่ต้องการขยายธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดาต้าเซ็นเตอร์แห่งนี้จะให้บริการโคโลเคชั่นความหนาแน่นสูง การเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ และโซลูชั่นคลาวด์แบบผสมผสาน เพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มไฮเปอร์สเกล กลุ่ม AI และองค์กรที่อยู่ระหว่างการทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล โดยมีแผนเปิดให้บริการภายในไตรมาส 4 ปี 2569
นายจอห์น ฟรีแมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ดิจิทัล เอดจ์ กล่าวว่า เรากำลังนำโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ระดับโลกที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดมาสู่ไทย ในขนาดไฮเปอร์สเกลและความเร็วที่เร่งรัด ซึ่งจะช่วยรองรับความต้องการด้าน AI และแมชชีนเลิร์นนิ่งที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ความร่วมมือนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของไทย
แนวโน้มตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย
จากรายงานอุตสาหกรรมล่าสุด คาดการณ์ว่าตลาด Data Center ของประเทศไทยจะมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยมากกว่า 25% ต่อปี และจะคงอยู่ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2573 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัลและการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีดิจิทัลในทุกภาคส่วนของประเทศ นอกจากนี้ ความต้องการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็จะเป็นตัวเร่งสำคัญในการพัฒนาและขับเคลื่อนประเทศไปสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบในอนาคตอันใกล้
การสนับสนุนด้านการเงินและการลงทุนระยะยาว
BGRIM ตระหนักถึงความสำคัญของการปรับตัวให้ทันต่อยุคดิจิทัล โดยมุ่งเสริมสร้างศักยภาพองค์กรผ่านการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้ พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า Natixis ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้กับ BGRIM สำหรับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในครั้งนี้ โดยคาดว่าภายใน 5 ปีข้างหน้า กำลังการผลิตไฟฟ้าจะเพิ่มสูงถึง 300 เมกะวัตต์ และมูลค่าเงินลงทุนรวมอาจแตะระดับ 8 หมื่นล้านถึง 1 แสนล้านบาท
ก้าวสำคัญสู่อนาคตดิจิทัลของไทย
ความร่วมมือระหว่าง Digital Edge และ BGRIM ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลระดับภูมิภาค ด้วยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่าง AI และคลาวด์คอมพิวติ้งการพัฒนา Hyperscale Data Center ใน EEC ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดเทคโนโลยี แต่ยังเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในระยะยาว
ดาต้าเซ็นเตอร์ไฮเปอร์สเกลคืออะไร
ดาต้าเซ็นเตอร์ไฮเปอร์สเกล (Hyperscale Data Center) คือศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่มากที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อให้มีความสามารถในการปรับขนาด (scalability) ได้อย่างมหาศาล เพื่อรองรับปริมาณงานประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง มักถูกใช้งานโดยบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ระดับโลก เช่น Google Cloud, Amazon (AWS), Microsoft (Azure) ที่ให้บริการคลาวด์คอมพิวติ้งและบริการอินเทอร์เน็ตจำนวนมหาศาล
ออกแบบมาเพื่อจัดการกับเวิร์กโหลดขนาดใหญ่และซับซ้อน เช่น การประมวลผลข้อมูล Big Data, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), Machine Learning, และบริการคลาวด์ต่างๆ โดยมีความเร็วในการเชื่อมต่อเครือข่ายที่รวดเร็วและลดเวลาแฝง (latency) ให้เหลือน้อยที่สุด
เนื่องจากใช้พลังงานสูงมาก จึงมีการออกแบบระบบระบายความร้อนและระบบจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อลดค่าใช้จ่ายและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม บางแห่งอาจใช้พลังงานหมุนเวียน ซึ่งคือหนึ่งในเหตุผลที่ดิจิทัล เอดจ์ จับมือกับ บี.กริม เพาเวอร์
เกี่ยวกับ ดิจิทัล เอดจ์
ดิจิทัล เอดจ์ เป็นที่รู้จักในฐานะแพลตฟอร์มดาต้าเซ็นเตอร์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพด้านพลังงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ที่เปิดดำเนินการและอยู่ระหว่างก่อสร้างรวม 24 แห่ง ครอบคลุม 9 ประเทศ และมีกำลังไฟฟ้าสำรองกว่า 1.1 กิกะวัตต์ การเข้ามาลงทุนในไทยครั้งนี้ตอกย้ำพันธกิจในการลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลและการผลักดัน AI ในตลาดเกิดใหม่ของเอเชีย
เกี่ยวกับ บี.กริม และ บี.กริม เพาเวอร์
บี.กริม ก่อตั้งมากว่า 147 ปี เป็นผู้นำด้านพลังงานที่ยั่งยืนและเป็นหนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าอุตสาหกรรม (SPP) รายใหญ่ของไทย มีบทบาทสำคัญในภาคพลังงานด้วยที่ดินจำนวนมากและประสบการณ์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ผสานพอร์ตโฟลิโอโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมและพลังงานหมุนเวียน ตอบสนองความต้องการด้านประสิทธิภาพและความยั่งยืนของศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่
บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) ก่อตั้งปี 2536 เป็นบริษัทผลิตไฟฟ้าชั้นนำของไทย จำหน่ายไฟฟ้าทั้งภาครัฐและเอกชนในและต่างประเทศ มีกำลังการผลิตหลากหลาย ทั้งพลังงานความร้อนร่วม แสงอาทิตย์ ลม และน้ำ มุ่งเน้นพลังงานสะอาดและยั่งยืน สร้างความมั่นคงทางพลังงานในภูมิภาค โดยใช้เทคโนโลยีทันสมัย และดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชน วิสัยทัศน์คือการเป็นผู้นำด้านพลังงานระดับโลก สร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้ทุกฝ่าย
ดร. ฮาราลด์ ลิงค์ 🔗ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด(มหาชน)(BGRIM) เปิดเผยในงาน“B.Grimm Towards 2025” ทิศทางธุรกิจและแผนกลยุทธ์สำคัญในปี 2568 ว่าบริษัทวางแผนการลงทุนในโครงการต่างๆ ในช่วงปี 2567-2573 รวมทั้งสิ้น 136,000 ล้านบาท เน้นลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนถึง 85% ในขณะที่แผนการลงทุนเฉพาะส่วนทุนของ บี.กริม เพาเวอร์ จำนวน 70,000 ล้านบาท จะเป็นพลังงานหมุนเวียนถึง 94%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บี.กริม เพาเวอร์ เดินเกมฟิลิปปินส์: ทำไม REPA ฉบับ 50 เมกะวัตต์ ถึงเป็นมากกว่าสัญญาขายไฟฟ้าธรรมดา
บริษัท Amatera Renewable Energy Corporation (ARECO) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM ถือหุ้นในสัดส่วน 100% ผ่าน B.Grimm Solar Power Inc. มีกำหนดจะลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Payment Agreement : REPA)

กระทรวงมหาดไทยเตรียมดันร่างผังเมืองและเกณฑ์คุมอาคารใหม่ รองรับ Data Center
กระทรวงมหาดไทยเตรียมดันร่างกฎกระทรวงผังเมืองใหม่และเกณฑ์ควบคุมอาคาร รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรม Data Center ในไทย พร้อมชะลอโครงการใหม่ 1 เดือนเพื่อวางมาตรฐานความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และผังเมืองให้ชัดเจน สร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนต่างชาติ

"เอกนิติ" ขีดเส้น 1 เดือน จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ไทย ตั้ง 4 คณะทำงาน การันตีชาวบ้านไร้กังวล
กระทรวงการคลังเปิดตัวคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เดินหน้าปฏิรูปอุตสาหกรรมใน 1 เดือน วางเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำด้านสิ่งแวดล้อม เสียง และความปลอดภัย พร้อมตั้ง 4 คณะทำงานควบคุมทั้งระบบ ยืนยันคุ้มครองชุมชนและไม่กระทบการลงทุน

BGRIM จับมือ AMATA ทุ่ม 1.2 พันล้าน ลุยโซลาร์ลอยน้ำใน EEC
อมตะ (AMATA) ร่วมมือ บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) เดินหน้าโครงการโซลาร์ลอยน้ำ (Floating Solar) ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี (EEC) มูลค่า 1,200 ล้านบาท กำลังการผลิตรวม 42.5 MWp ดำเนินงานผ่านบริษัทร่วมทุน อมตะ บี.กริม รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์ยี่ พร้อมเปิด COD เฟสแรกแล้ว 17 MWp

กพช. ปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้า ลดภาระประชาชนและพิจารณาผลกระทบต่ออุตสาหกรรม
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้มีมติเห็นชอบมาตรการสำคัญด้านไฟฟ้า 7 เรื่อง ซึ่งเปิดเผยโดย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มาตรการเหล่านี้มุ่งเน้นการลดภาระค่าไฟฟ้าสำหรับประชาชนทั่วไปอย่างเร่งด่วน ควบคู่ไปกับการกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ด้านพลังงานของประเทศในระยะกลางถึงระยะยาว

ดาต้าเซ็นเตอร์ ที่สร้างด้วยใบอนุญาต "โกดังสินค้า": ช่องว่างกฎหมายที่กำลังสะสมเป็นความเสี่ยงของนักลงทุนเอง
เจาะลึกวิเคราะห์โครงการดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยที่มีคำขอลงทุนเฉียด 8 แสนล้านบาท แต่ส่วนใหญ่เลี่ยงจัดทำ EIA ผ่านใบอนุญาตคลังสินค้า สะท้อนความเสี่ยงเชิงกฎหมายที่อาจกระทบทั้งชุมชนและนักลงทุน พร้อมเปิดบทเรียนจากต่างประเทศและทิศทางการปรับปรุงกฎระเบียบของภาครัฐ
